ทำไมเครื่องสีข้าวจำเป็นต้องติดเทอร์โบ??
เครื่องสีข้าวตราเสือ...!!!
ได้มีการพัฒนารูปร่างและระบบให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าระบบเก่า
และระบบการสีข้าวระบบใหม่นี้ได้ทำการจด
สิทธิบัตร(Patent)...
เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เปรียบเทียบเครื่องสีข้าวที่ติดเทอร์โบ
กับที่ไม่ได้ติดเทอร์โบ
ความแตกต่างของเครื่องสีข้าวตราเสือ
กับเครื่องสีข้าวในท้องตลาดทั่วไป คือ
อุปกรณ์ที่สำคัญที่มีคุณสมบัติในการ
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบการทำงานของเครื่องสีข้าวให้สามารถสีข้าวได้ดียิ่งขึ้น
มีส่วนประกอบของอุปกรณ์มากมายหลายอย่างรวมกัน และเพื่อสะดวกต่อการกล่าวถึงอุปกรณ์ทั้งหมดเมื่อรวมกันแล้ว
เราได้ตั้งชื่อให้อุปกรณ์เหล่านี้ว่า เทอร์โบหรืออุปกรณ์เพิ่มประสิทธิภาพให้เครื่องสีข้าวที่ได้กล่าวมา
เจ้าของ/ผู้จัดการ โรงงานกรุงไทยกลการ ได้ทุ่มเททั้งงบประมาณและเวลาในการประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมา
จึงได้ทำการจดสิทธิบัตรเอาไว้ เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ
และป้องกันชาวต่างชาตินำไปจดสิทธิบัตรในประเทศของตน เพราะระบบการสีข้าวระบบใหม่นี้สามารถช่วยให้ได้ปริมาณข้าวสารเพิ่มมากขึ้น
โดยจะสังเกตได้จากตารางการทดสอบดังนี้
ตารางผลการทดสอบ
ข้าวเปลือก 1,000 กก.เท่าๆ กัน |
เครื่องสีข้าวมีเทอร์โบได้ข้าวสาร 667 กก.
เครื่องสีข้าวไม่มีเทอร์โบได้ข้าวสาร 625 กก.
เครื่องสีข้าวที่มีเทอร์โบได้ข้าวสารมากกว่า 42 กก. |
ใช้ข้าวเปลือก 12 กก.เท่าๆ กัน |
เครื่องสีข้าวมีเทอร์โบได้ข้าวสาร 8.0 กก.
เครื่องสีข้าวไม่มีเทอร์โบได้ข้าวสาร 7.5 กก.
เครื่องสีข้าวมีเทอร์โบได้ข้าวสารมากกว่า 0 .5 กก. |
จากผลการทดสอบ เมื่อสรุปเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว เครื่องสีข้าวที่ได้มีการติดตั้งเทอร์โบ หรือชุดอุปกรณ์พิเศษ ได้ข้าวสารมากกว่าถึง 4.2 %
เราได้ทดลองประมาณการข้าวเปลือกที่ชาวบ้านนำไปสีเพื่อการบริโภคเองในครอบครัว ของทุกๆหมู่บ้านเฉพาะในจังหวัดอุบลฯ ดังนี้ จังหวัดอุบลฯมี 2,809 หมู่บ้าน ถ้า 1 หมู่บ้านเฉลี่ย 100 หลังคาเรือนรวมแล้วจะได้ 280,900 ครัวเรือน เฉลี่ย 1 ครัวเรือนบริโภคข้าวเดือนละ 40 กก.คิดเป็นข้าวเปลือกประมาณ 70 กก.
เมื่อเราเอาจำนวน 280,900 ครัวเรือนมาคูณกับปริมาณข้าวเปลือก 70 กก.ก็จะได้ 19,663,000 กก. หรือจะคิดออกมาเป็นตันก็จะเป็น 19,663 ตัน/เดือน
หากนำข้าวเปลือกส่วนนี้ไปสีด้วยเครื่องสีข้าวที่มีการติดตั้งอุปกรณ์พิเศษหรือ เทอร์โบ ก็จะได้ข้าวสารเพิ่มขึ้นตามเปอร์เซ็นต์ที่ได้คำนวณไว้แล้ว คือ 4.2 % ก็จะได้ปริมาณข้าวสารเพิ่มมากขึ้น 490,000 กก./เดือน ถ้า 1 ปีเราจะได้ข้าวสารเพิ่มขึ้นประมาณ 5.8 ล้าน กก.
ดังนั้นอุปกรณ์พิเศษที่ทางโรงงานกรุงไทยกลการ คิดค้นขึ้นมานี้ กลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการพัฒนาบ้านเมือง สังคม และเศรษฐกิจของประเทศ
เราได้มีการออกแบบอุปกรณ์ที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสีข้าวให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น โดยการออกแบบหัวสีข้าวขึ้นมาใหม่ เพื่อให้สามารถติดตั้งปากท่อดูดของพัดลมดูดรำให้เข้ากันได้แบบลงตัวกับระบบการทำงานของหัวสีข้าว ซึ่งปากท่อดูดรำนี้มีความสำคัญมาก หากติดตั้งไม่ถูกต้องตามระบบแล้ว นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาแล้วยังอาจจะทำให้การสีข้าวช้าลงอีกด้วยซ้ำ เพราะพัดลมดูดรำต้องใช้พัดลมที่มีแรงลมในการดูดสูงมากคล้ายเครื่องดูดฝุ่น ซึ่งพัดลมนี้จะทำหน้าที่ดูดรำข้าวออกจากหัวสีข้าว ตลอดเวลาในขณะทำการสีข้าว
ทั้งนี้ก็เพื่อให้ระบบการแยกรำมีการดูดรำข้าวออกจากหัวสีข้าวอย่างรวดเร็วที่สุดเพราะไม่เช่นนั้นแล้ว รำจะเป็นตัวอุปสรรค์ในการขัดสีของหินขัดข้าวกับยางขัดข้าว คือ ตามธรรมชาติของรำข้าว เมื่อถูกขัดสีอยู่เป็นเวลานานแล้ว รำจะเกิดความร้อนและจะกลายเป็นน้ำมัน ที่เรียกกันว่าน้ำมันรำข้าว ซึ่งทำให้รำมีความเหนียวไปเกาะติดตามส่วนต่างๆของหัวสีข้าวและหินขัดข้าว น้ำมันรำข้าวนี้จะเป็นอุปสรรค์ในการขัดสีของหินขัดข้าวเป็นอย่างมาก และน้ำมันรำข้าวนี้ก็จะมีเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะเมื่อระบบการขัดสีมีปัญหา คือสีข้าวไม่หมดกาก ซึ่งจะทำให้ต้องมีการปรับให้ยางขัดข้าวให้บีบอัดข้าวแรงขึ้นๆ จนกระทั่งข้าวที่ทำการสีอยู่นั้นจะหมดกาก ข้อบกพร่องต่างๆเหล่านี้ ทำให้เกิดความเสียหายมากมายตามมา
รำที่ถูกพัดลมดูดออกมานี้จะถูกเป่าเข้าไซโคลน หรือที่ชาวบ้านมักชอบเรียกกันว่า บัลลูน ตัวบัลลูนนี้จะมีหน้าที่คล้ายกับไส้กรองอากาศ คือทำหน้าที่กรองเอารำไว้ แล้วปล่อยให้ลมออกไปช่องทางหนึ่ง แต่จริงๆแล้วระบบการกรองจะใช้หลักการของแรงหมุนเพื่อให้เกิดแรงเหวี่ยง เป็นหลักการของไซโคลน(ลมหมุน)
อุปกรณ์ในส่วนนี้เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งของเครื่องสีข้าวที่ต้องการข้าวสารสะอาด
และการสีข้าวมีประสิทธิภาพสูง ในขณะที่เครื่องสีข้าวยี่ห้ออื่นไม่มี
ระบบการสีข้าวของเครื่องสีข้าวชนิดลูกหินนอนโดยทั่วไปแล้วจะทำให้ได้รำมากเป็นพิเศษ และนั่นก็เป็นทั้งข้อดีและข้อด้อยอย่างหนึ่งของเครื่องสีข้าวระบบนี้ เพราะ ถ้าหากเครื่องสีข้าวเครื่องนั้น ไม่มีพัดลมดูดรำ เพื่อทำหน้าที่ดูดเอารำข้าวที่เกิดจากการขัดสีข้าวในหัวสีข้าวออกได้อย่างรวดเร็วแล้ว จะเกิดปัญหาได้คือ
รำข้าวซึ่งมีน้ำหนักเบามีปริมาณเพิ่มขึ้นตลอดเวลาในขณะขัดสี หากเครื่องสีข้าวไม่มีพัดลมดูดเพื่อระบายรำข้าวเหล่านี้ออกจากหัวสีข้าวอย่างรวดเร็วแล้ว รำข้าวเหล่านี้ก็จะเป็นอุปสรรคต่อการขัดสีได้คือ เมื่อรำมีความหนาแน่นมากขึ้นๆ ในระหว่างการขัดสี อันเนื่องมาจากมีระบบการแยกรำที่ไม่ดี รำข้าวเหล่านี้ก็จะถูกขัดสีนานขึ้นจนเกิดความร้อน และเมื่อเกิดความร้อนมากขึ้น รำก็จะกลายเป็นน้ำมัน ที่เรียกว่าน้ำมันรำข้าว ดังนั้นในช่วงนี้รำข้าวจะเริ่มมีความเหนียว น้ำมันและรำข้าวก็จะเริ่มไปเกาะติดกับส่วนต่างๆของหัวสีข้าว เช่น ฝาหัวสีข้าว ตระแกรง และหินขัดข้าว รำเหล่านี้จะเป็นตัวสร้างปัญหาในกระบวนการขัดและสีของหินขัดข้าวมากเพราะ รำจะเป็นอุปสรรคขวางกั้นอยู่ระหว่างกลางของหินขัดข้าวกับเมล็ดข้าว ทำให้หินขัดข้าวไม่สามารถขัดสีกับข้าวได้โดยตรงเพราะมีรำมาเป็นตัวขวางกั้นอยู่ตรงกลาง
เมื่อหินขัดข้าวตกอยู่สภาวะเช่นนี้ ข้าวที่กำลังสีอยู่ก็จะถูกขัดสีไม่เต็มที่ จนทำให้มีกากข้าวปนออกมากับข้าวสาร ผู้ที่ทำการสีข้าวโดยทั่วไปเมื่อเห็นมีกากข้าวออกมา ก็จะทำการเร่งหรือบังคับลูกยางขัดข้าวให้บีบข้าวใส่หินขัดข้าวให้แรงขึ้นๆ จนกว่าข้าวที่สีนั้นจะไม่มีกากปนออกมา
ความบกพร่องของระบบการสีข้าวแบบนี้ มีผลทำให้เกิดความเสียหายต่อข้าวและส่วนอื่นๆอีกหลายประการ ดังเช่น
1. เมื่อมีการบีบลูกยางขัดข้าวมากขึ้นความร้อนก็ยิงเพิ่มมากขึ้น
รำก็ยิ่งสร้างปัญหาเพิ่มมากขึ้นอีก เมื่อมีการปรับลูกยางขัดข้าวอยู่บ่อยๆ
ก็จะทำให้สิ้นเปลืองค่ายางขัดข้าวมาก
2. ในการสีข้าวหากมีการปรับลูกยางให้บีบแรงจนเกินไป ก็จะทำให้ข้าวแตกและหักเพิ่มขึ้น
เพราะแรงบีบอัดของยางขัดข้าวนั้นเกินกำลังที่ข้าวจะรับแรงบีบไหว
3. แรงบีบอัดของยางขัดข้าวที่บีบอัดอย่างแรง ทำให้เครื่องยนต์หรือมอเตอร์ที่ใช้ฉุดเครื่องสีข้าวทำงานหนักขึ้น
มีผลทำให้เปลืองค่าพลังงานคือน้ำมันหรือค่าไฟฟ้า
4. ทำให้สีข้าวได้ช้าลงเพราะเมื่อการสีข้าวมีการปรับให้ลูกยางขัดข้าวแน่นขึ้น
เครื่องยนต์หรือมอเตอร์ก็ทำงานหนักมากแล้ว หากยังจะไปเพิ่มความเร็วในการสีข้าวอีก
เครื่องยนต์หรือมอเตอร์ที่ใช้ก็จะไม่สามารถฉุดให้เครื่องสีข้าวนั้นหมุนต่อไปได้
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสีช้าๆ เครื่องจึงจะสามารถทำการสีข้าวได้อย่างต่อเนื่อง
5. ได้รำน้อย เนื่องมาจากหินขัดข้าวหมดสภาพ คือไม่สามารถขัดข้าวได้เต็มที่อันเนื่องจากรำและน้ำมันรำข้าวที่เกาะติดกับหินขัดข้าวอยู่
ดังนั้นการขัดสีที่เกิดขึ้นก็เป็นเพียงแค่การบดบี้ให้เปลือกข้าวหลุดออกเท่านั้น
ดังนั้นเราจึงได้คิดค้นและพัฒนาระบบการดูดรำนี้ขึ้นมา
เพื่อขจัดปัญหาดังกล่าวให้หมดไป

|