ระบบการสีข้าวระบบใหม่
"ระบบเทอร์โบชาร์จ
(Turbo Charge) "
---------------------------------------------------------------------------------
คลิ๊กที่นี่...เพื่อดูรูป
"การทำงานของเครื่องสีข้าวระบบเทอร์โบ ชาร์จ (Turbo
Charge)"
ที่มาของเครื่องสีข้าวระบบเทอร์โบชาร์จ
ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจกับท่านที่ยังไม่เคยรู้เรื่องเครื่องสีข้าวมาก่อนเลยได้ทราบถึงระบบการสีข้าวพอสังเขปดังนี้
คือ การสีข้าวของหัวสีข้าว จะใช้หินกากเพชรที่หล่อขึ้นรูปเป็นหินขัดข้าว
โดยใช้ยางขัดข้าวมาทำหน้าที่เป็นตัวบีบบังคับให้ข้าวไปขัดสีกับหินขัดข้าว
และระบบการขัดสีของหินขัดข้าวในปัจจุบันที่มีใช้กันอยู่
2 ระบบด้วยกันคือ
1. หัวสีข้าวระบบใช้หินขัดสีข้าวในหินตั้ง
(แกนตั้ง) เหมาะสำหรับขัดข้าวให้ขาว ในที่นี้จะไม่ได้กล่าวถึงระบบการทำงานเนื่องจาก
เป็นระบบการสีข้าวที่ไม่เป็นที่นิยม
2. หัวสีข้าวระบบใช้หินขัดสีข้าวในหินนอน
(แกนนอน) จะมีความสามารถพิเศษกว่าหินตั้ง คือ หัวสีข้าวระบบนี้สามารถนำมาเป็นหินกะเทาะเปลือกข้าว
หรือใช้เป็นหินขัดข้าวให้ขาวก็ได้ และที่เหนือไปกว่านั้นคือ
สามารถทำการสีข้าวเปลือกออกมาเป็นข้าวสารในรอบเดียวได้เลย
หมายถึง หัวสีข้าวนี้สามารถทำหน้าที่ถึง 2 หน้าที่พร้อมๆ
กันในรอบเดียว โดยกะเทาะเปลือกข้าวและขัดข้าวให้ขาวไปพร้อมๆ
กันแบบรอบเดียวจบ ดังนั้นการสีข้าวในระบบนี้จะช่วยทำให้ได้รำมากเป็นพิเศษ
เพราะหัวสีข้าวระบบนี้จะทำการบดแกลบบางส่วนให้เป็นรำไปในตัว
โดยไม่ทำให้ข้าวที่ผ่านการสีนั้นเกิดความเสียหายแต่อย่างใด
จุดประสงค์หลักของการสีข้าวคือ
การสีข้าวเปลือกให้กลายเป็นข้าวสาร และในขณะเดียวกันก็มีความต้องการให้ได้รำมากๆ
เพื่อนำรำที่ได้นั้นมาเลี้ยงสัตว์ที่เกษตรกรเลี้ยงไว้เพื่อการบริโภค
หรือเพื่อการค้า เช่น หมู วัว ควาย ปลา เป็ด ไก่ เป็นต้น
และการสีข้าวระบบลูกหินนอนนี้ เป็นระบบที่สามารถบดแกลบบางส่วนให้เป็นรำไปในตัว
ถือเป็นจุดเด่นของหัวสีข้าวระบบนี้ ซึ่งเหมาะสำหรับเกษตรกรไทยเป็นอย่างมาก
เป็นการช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรอีกทางหนึ่ง
แต่ทั้งนี้ระบบการสีข้าวระบบหินนอนก็มีข้อเสียเช่นกัน
กล่าวคือ ถึงแม้ว่าระบบการสีข้าวระบบหินนอนนี้จะทำให้ได้รำปริมาณมาก
แต่กลับทำให้เกิดปัญหาต่อหินขัดข้าว เนื่องจากคุณสมบัติของรำข้าวนั้นเป็นผง
และมีความเหนียวเล็กน้อย เพราะมีน้ำมันในตัวของมันเอง
หากมีการขัดสีอยู่เป็นเวลานานจนเกิดความร้อนจัดแล้ว จะทำให้รำข้าวบางส่วนกลายเป็นน้ำมัน
(น้ำมันรำข้าว) ไปเกาะเคลือบติดกับผิวของลูกหินขัดข้าว
ส่งผลเสียต่อระบบการขัดสีอย่างมาก เพราะจะทำให้หินขัดข้าวนั้นลื่น
ทำให้ประสิทธิภาพในการขัดสีลดลง ผลที่ตามมาก็คือ มีกากข้าวปะปนออกมากับข้าวสาร
หากจะทำให้ข้าวจากการสีนั้นหมดกาก ก็จำเป็นต้องบีบบังคับยางขัดข้าวให้เบียดชิดกับหินขัดข้าวมากขึ้น
เพื่อบีบบังคับให้ข้าวถูกการขัดสีแรงขึ้น ข้าวจึงจะหมดกาก
แต่การบีบบังคับยางขัดข้าวมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นการทำให้ความร้อนทวีสูงขึ้น
และถ้าความร้อนสูงขึ้นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้รำนั้นก็กลายเป็นน้ำมันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ในที่สุดก็จะทำให้การสีข้าวนั้นล้มเหลว คือสีข้าวไม่หมดกาก
และเกิดความเสียหายตามมามากมายคือ ข้าวหักมาก ได้เปอร์เซ็นต์ข้าวน้อย
เปลืองยางขัดข้าว มอเตอร์ทำงานหนักขึ้นแต่การสีข้าวกลับช้าลงๆ
ทำให้สิ้นเปลืองค่าไฟฟ้าและแรงงาน
สรุปปัญหาของหัวสีข้าวชนิดหินนอน
ตัวสร้างปัญหา คือ ระบบการสีข้าวที่ทำให้ได้รำมาก
แต่ระบบการสีข้าวของหัวสีข้าวนั้นสามารถระบายรำข้าวออกจากหัวสีข้าวได้ทัน
ทำให้มีรำตกค้างในหัวสีข้าวมาก ทำให้รำข้าวเหล่านี้ไปบดบังหรือปกคลุมความคมของหินขัดข้าวเอาไว้
ทำให้ต้องมีการบีบบังคับยางขัดข้าวอย่างแรง และแรงเสียดสีที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้รำนั้นเกิดความร้อนและกลายเป็นน้ำมันไปบางส่วน
น้ำมันรำข้าวเหล่านี้จึงเป็นตัวสร้างปัญหาให้แก่ระบบการขัดสี
ซึ่งจริงๆ แล้วหากสามารถระบายรำข้าวออกจากหัวสีข้าวอย่างรวดเร็วโดยไม่ให้รำเหลือตกค้างในหัวสีข้าวแล้ว
ปัญหาต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วก็จะไม่เกิดขึ้น
ปัจจุบันเราได้ทำการประดิษฐ์หัวสีข้าวระบบใหม่
(ระบบเทอร์โบชาร์จ) เป็นระบบที่มาช่วยแก้ปัญหาต่างๆของหัวสีข้าวระบบหินนอนแบบเดิมได้อย่างหมดสิ้น
โดยได้อาศัยหลักการถ่ายเทอากาศโดยมีการจัดแบ่งช่องให้อากาศเข้าและออกจากหัวสีข้าวได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
โดยการใช้พัดลมชนิดหอยโข่ง ทำหน้าที่ถ่ายเทอากาศและรำช่วยกันถึง
2 ลูก หลักการทำงาน คือ ใช้พัดลมทั้ง 2 ลูกนี้ทำงานพร้อมๆ
กัน โดยให้พัดลมลูกที่ 1 ทำหน้าที่ดูดระบายเอาอากาศและรำออกจากหัวสีข้าว
และในขณะเดียวกันพัดลมลูกที่ 2 จะทำหน้าที่เป่าอากาศเข้าไปในหัวสีข้าวเพื่อให้อากาศใหม่ที่มีอุณหภูมิที่เย็นกว่าไปแทนที่อากาศที่ถูกดูดออกไป
โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้มีการถ่ายเทอากาศและรำข้าวออกจากหัวสีข้าวได้อย่างรวดเร็ว
และต้องให้มีการระบายความร้อนให้ได้มากที่สุด
ผลจากการทดสอบแล้วพบว่าหัวสีข้าวระบบใหม่นี้
(ระบบเทอร์โบชาร์จ) สามารถแก้ปัญหาต่างๆที่ทำให้เกิดความเสียหายได้มาก
คือ สามารถระบายรำข้าวออกจากหัวสีข้าวได้อย่างรวดเร็ว
ขจัดปัญหารำตกค้าง ช่วยลดความร้อนที่เกิดจากการขัดสีได้ดีมาก
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การขัดสีข้าวและเกิดผลดีตามมาอย่างมากมาย
คือ
1.
ช่วยลดความร้อนของข้าวที่ถูกขัดสี
มีผลลัพธ์ที่ดีมาก
คือ สามารถช่วยรักษาระดับความชื้นของข้าวเอาไว้ได้ดีกว่า
ที่สำคัญก็คือความชื้นดังกล่าวเป็นความชื้นที่ถูกสะสมมาจากการเพาะปลูก
ที่อุดมไปด้วยสารอาหารและความหอมหวาน ดังนั้นการสีข้าวของหัวสีข้าวระบบ
(เทอร์โบชาร์จ) ช่วยให้ข้าวมีกลิ่นหอม และรสชาดดีขึ้น
ความชื้นดังกล่าวยังเป็นผลพลอยได้อีกทางหนึ่งคือ ช่วยให้ข้าวมีน้ำหนักดีกว่าเดิม
เป็นการช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์หรือน้ำหนักของข้าวให้มีน้ำหนักมากขึ้น
2.
ทำให้ข้าวสะอาดปราศจากฝุ่นรำที่มักจะเกาะติดมากับเม็ดข้าว
หากข้าวสารมีฝุ่นรำเกาะติดมากับเม็ดข้าว
จะทำให้ข้าวสารนั้นเสียหรือขึ้นราได้ในระยะเวลาเพียง 1-2
เดือนเท่านั้น แต่ระบบใหม่นี้ช่วยให้เราสามารถเก็บข้าวสารไว้เพื่อการขายหรือบริโภคได้นานกว่า
7 เดือนโดยข้าวจะไม่ขึ้นรา
3.
ช่วยลดอุณภูมิของหินขัดข้าว
ช่วยให้หินขัดข้าวมีความทนทานมากขึ้น
หากหินขัดข้าวเกิดความร้อนจัดจะทำให้ความแหลมคมของหินขัดข้าวสึกกร่อนเร็วขึ้น
4.
ช่วยลดอุณภูมิของยางขัดข้าว
หากยางขัดข้าวร้อนมากจะทำให้เนื้อยางเปื่อยขาดยุ่ย
การขัดข้าวก็มีปัญหา มีความสิ้นเปลืองสูง ส่งผลเสียมากมาย
คือ เมื่อยางขัดข้าวเปื่อยยุ่ยและถูกหินขัดข้าวขัดออกไป
เศษยางที่ถูกขัดออกไปนั้นจะไปปะปนกับรำข้าว ทำให้รำข้าวนั้นมีเศษของยางขัดข้าวปนเปื้อนเป็นจำนวนมาก
ทำให้รำมีกลิ่นของยางปะปนกับรำข้าว รำเหล่านี้มีคุณภาพต่ำ
แถมยังมีพิษ หากนำไปให้สัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงบางตัวถึงกับไม่ยอมกิน
หากสัตว์เลี้ยงตัวนั้นเคยกินรำข้าวของหัวสีข้างระบบเทอร์โบชาร์จมาแล้ว
ความเสียหายอีกประการหนึ่งก็คือ เมื่อยางร้อนและยุ่ยการขัดสีข้าวก็จะไม่สามารถทำการสีข้าวได้หมดกาก
หรือระบบการสีข้าวเกิดบกพร่อง จะมีกากข้าวปนออกมาตลอด
5.
ช่วยให้สามารถสีข้าวได้รวดเร็วกว่าระบบเดิมถึง 2 เท่าเป็นอย่างน้อย
ด้วยระบบการสีข้าวที่มีการระบายรำข้าวออกจากโรงสีอย่างรวดเร็ว
ช่วยให้ระบายรำในหัวสีข้าวออกได้ทันท่วงที เป็นเหตุผลที่ทำให้หินขัดข้าวสามารถขัดข้าวได้เต็มประสิทธิภาพโดยไม่มีรำมาปกปิดหรือบดบังความคมของหัวสีข้าวเอาไว้
ทำให้สามารถสีข้าวให้หมดกากโดยง่ายดาย โดยไม่ต้องบีบอัดยางขัดข้าวให้ชิดหรือเบียดกับหินมากเหมือนระบบเดิม
ซึ่งส่งผลไปถึงความหนักเบาของการขัดสี เมื่อมอเตอร์ทำงานเบาลงจึงสามารถปล่อยให้ข้าวไหลได้รวดเร็วขึ้น
6.
ประหยัดค่าไฟฟ้าหรือพลังงานมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์
ในระบบใหม่นี้
สามารถสีข้าวได้รวดเร็วกว่าระบบเดิมอย่างน้อย 2 เท่า ทำให้ระยะเวลาการทำงานน้อยลง
จึงทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้ามากขึ้น
7.
ได้รำมากเป็นพิเศษ
เนื่องจากระบบการสีข้าวของหัวสีข้าวระบบเทอร์โบชาร์จนี้
มีการระบายรำข้าวออกจากหัวสีข้าวได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถรักษาความคมของหินขัดข้าวไว้ได้มาก
หินขัดข้าวจึงสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ในการบดแกลบบางส่วนให้กลายเป็นรำ
จากผลการทดสอบและใช้งานจริงพบว่า ปริมาณรำที่ได้นั้นมากกว่าแกลบ
1 เท่า คือ ได้รำ 2 ส่วน จะเหลือเป็นแกลบเพียง 1 ส่วนเท่านั้น
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตารางผลงาน
การสีข้าวของหัวสีข้าวระบบเทอร์โบชาร์จ
จากข้าวเปลือกหอมมะลิความชื้นที่
15 % จำนวน 120 กก.
|
ได้ข้าวสารรวม |
80.00
กก. |
66.66
เปอร์เซ็นต์ |
|
ปลายข้าว |
1.60
กก. |
1.34
เปอร์เซ็นต์ |
|
รำอ่อน+รำหยาบ |
25.38
กก. |
21.15
เปอร์เซ็นต์ |
|
ที่เหลือคือแกลบประมาณ |
13.02
กก. |
10.85
เปอร์เซ็นต์ |

|